ประวัติศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี
“เจ้าพ่อหลักเมือง” เป็นประติมากรรมสลักหินแบบนูนต่ำ สันนิษฐานว่าเป็นรูปพระนารายณ์สี่กร มีอายุประมาณ 1,300 –1,400 ปี เป็นที่เคารพสักการะบูชาของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนประมาณ 170 ปีมาแล้ว ความว่าชาวจีนเป็นผู้พบ “เจ้าพ่อหลักเมือง” จมโคลนอยู่ริมคลองจึงได้อัญเชิญขึ้นพร้อมสร้างศาลให้เป็นที่ประทับตามหลักฐานด้านประวัติศาสตร์มีเฮียกง หรือกรรมการจีนดูและรักษาเรื่อยมา
เมื่อ พ.ศ. 2435 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมาตรวจราชการเมืองสุพรรณ ทรงสักการะเจ้าพ่อหลักเมืองและประทานทรัพย์ส่วนพระองศ์ให้ส่วนหนึ่ง ต่อมามีผู้ไปกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองสุพรรณ พระพุทธเจ้าหลวงทรงพระราชดำรัสว่า “ เข้าที่ดีนักหนา แต่เขาห้ามไม่ให้เจ้าไปเมืองสุพรรณว่าถ้าขืนไปจะเป็นบ้าไม่ใช่หรือ” สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพกราบบังคมทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าไปมาแล้วไม่เห็นเป็นอะไร ยังรับราชการมาจนบัดนี้ พระพุทธเจ้าหลวงตรัสว่า “ไปซิ” จึงเสด็จมาเมืองสุพรรณและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อเขื่อนรอบศาล ทำชานที่คนบูชาสร้างกำแพงแก้ว ต่อตัวศาลออกมาข้างนอกเป็นเก๋งแบบจีน
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ จึงร่วมกับเจ้าพระยายมราช สนพระทัยในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมในราว พ.ศ. 2480 ต่อมาศาลเจ้าพ่อหลักเมืองชำรุดทรุดโทรมมาก นายบรรหาร ศิลปอาชา พร้อมด้วยคณะกรรมการ จึงได้ปรับปรุงศาลเจ้าพ่อหลักเมืองให้กว้างขึ้น โดยสร้างอาคารแบบจีน สิ้นงบประมาณ 20 ล้านบาทเศษ ทั้งยังได้ซื้อที่ดินบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองถวายเพิ่มอีก 7 ไร่ งบประมาณ 20 ล้านบาท
ประวัติการก่อสร้างพระยูไล
สืบเนื่องจาก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ได้เดินทางไปประเทศฮ่องกง และได้ไปนมัสการองค์พระยูไล ซึ่งเชื่อว่าเป็นปางหนึ่งของพระองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นที่เคารพสักการะของชาวจีนจำนวนมาก
ฯพณฯ จึงได้ดำริสร้างองค์พระยูไล ในจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้พี่น้องชาวไทย และนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การจัดสร้างเริ่มด้วยการจัดซื้อที่ดินบริเวณที่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีจำนวน 3 ไร่เศษ จัดสร้างเป็นอุทยานให้ชื่อว่า “อุทยานพุทธบัญชา(พระยูไล)” ภายในอุทยานจะมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมแบบจีนมี 5 ชั้น สูง 28 เมตร กว้าง 17 เมตร สีขาวมุก ประดิษฐานองค์พระยูไล ซึ่งมีขนาดความสูง 3 เมตร หน้าตักกว้าง 89.99นิ้ว หล่อด้วยทองเหลือง ปางประทับนั่งบนปัทมาสน์ (บัลลังก์ดอกบัว) มือถือเจดีย์บุ๋งเชียง พระพักตร์อวบอิ่ม เปี่ยมด้วยพระเมตตา บนอุระจะมีสัญลักษณ์ “สวัสดิกะ” หรือ “ว่าน” เป็นเครื่องหมายประจำพุทธศานานิกายมหายาน อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งความสุข สวัสดี รอบองค์พระยูไล รายล้อมด้วยพระอรหันต์ จำนวน 18 องค์
(หล่อด้วยทองเหลือง) ที่บริเวณหัวใจบรรจุพระสารีริกธาตุ ด้านนอกเจดีย์ ประกอบไปด้วยท้าวเวสสุวรรณเงิน-ทอง) สององค์ตั้งแต่ทรงบริเวณหน้าประตูทางเข้า (ทำด้วยหินหยกขาว จากประเทศเวียดนาม) รอบองค์เจดีย์มีท้าวจตุโลกบาลเทพทั้งสี่
ประกอบพิธีกรรม เริ่มด้วยการวางศิลาฤกษ์เจดีย์พุทธบัญชา (พระยูไล) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 ประดิษฐานองค์พระยูไล เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2557 พิธีเบิกเนตรองค์พระยูไลดำเนินการ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557 โดยพระมหาคณาจารย์จีนทำสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ดำเนินการเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2558 มีพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานสงฆ์และพิธีเปิด “อุทยานพุทธบัญชา(พระยูไล)”ในวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2559
ประวัติหมู่บ้านมังกรสวรรค์
เกิดจากแนวคิดของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 เพื่อเป็นสถานที่ผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยว ได้มาชมบรรยากาศ บันทึกภาพ ซื้อของฝาก ของที่ระลึก และรับประทานอาหาร รอเวลาการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา จึงได้คิดที่จะสร้างแหล่งท่องเที่ยวเป็นตลาดแบบจีน มีร้านค้า ร้านอาหาร มีสถานที่สวยงามเพื่อบันทึกภาพ
พิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552 การดำเนินการก่อสร้างใช้เวลาทั้งสิ้น4ปี เสร็จสมบูรณ์ในปี2556 ตลอดการดำเนินการก่อสร้าง ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ได้มาตรวจงานการก่อสร้างด้วยตนเองทุกสัปดาห์ คัดเลือกวัสดุก่อสร้าง กำหนดสีสันรูปแบบด้วยตนเอง วัสดุบางรายการจำเป็นต้องสั่งจากประเทศจีน ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา จะเดินทางไปคัดเลือก และตัดสินใจสั่งการด้วยตนเองทุกครั้ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น